RSS

คลังเก็บหมวดหมู่: แนวคิดความสำเร็จ

MLM EXPERT / No Change LifeStyle No Opportunity

 

 หยุด !

**ข้อความอีเมล์นี้ถือเป็นงานวรรณกรรมอันมีลิขสิทธิ์ตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 สงวนลิขสิทธิ์ © 2553 โดย chanunchok@gmail.com™ ** ** ตามพรบ. ดังกล่าว ผู้สร้างสรรค์งานวรรณกรรมได้รับการคุ้มครองในสิทธิของงานวรรณกรรมทันที โดยไม่ต้องจดทะเบียนใดๆ ทั้งสิ้น ** ** ผู้ใดนำข้อความในอีเมล์นี้ไปใช้งาน ไม่ว่าจะด้วยการทำซ้ำ หรือดัดแปลง (กรุณาอ่านคำจำกัดความใน พรบ.) จะมีความผิดฐานละเมิด และจะถูกดำเนินการทางกฏหมายขั้นสูงสุด **

###############################################################################################

อย่าท้อถอย

ผมบังเอิญไปพบเจอวีดีโอนีั ใน YouTube ผ่านมาจากเพื่อนบางท่านที่แชร์ไว้บน Facebook ผมรู้สึกประทับใจในเรื่องราวของเด็กหนุ่มคนนี้ ผมจึงคัดลอกวีดีโอออกมา  เพื่อให้ทุกท่านได้เก็บทุกรายละเอียดของเนื้อเรื่อง เป็นเรื่องของเด็กหนุ่ม แต่เขาก็ไม่เคยท้อถอยx

ผมหวังว่าทุกท่านคงจะประทับใจในเรื่องราวและแบ่งปันสิ่งดีๆ เหล่านี้ให้เพื่อนๆในFacebookและTwitterนะครับวีดีโอนี้แม้จะหาได้ใน YouTube

###########################################################################################

ระบบโปรโมท social network ด้วยระบบอัตโนมัติ

เรื่องง่ายๆที่นักการตลาดเครือข่าย ” ไม่รู้ ” จึงล้มเหลวถึง 95 %

สวัสดีครับเพื่อนๆ เมื่อวานก่อนนอนผมได้รับ forword mail มาเรื่องหนึ่ง เป็นแง่คิดดีๆ ที่เกิดจาก กบ ผมจึงนำมาแบ่งปันให้เพื่อนๆอ่านกัน เพื่อเป็นแนวทางให้กับ นัก ธุรกิจเครือข่าย หรือ ขายตรง

กาลครั้งหนึ่งนานนนนนน…………………………………มาแล้ว

มีฝูงกบอาศัยอยู่กันเป็นแบบหมู่บ้าน และวันนั้นเป็นวันที่ชาวกบจะมีการแข่งขันกันปีนเสา

ใครสามารถขึ้นไปสู่ยอดเสาได้จะเป็นผู้ชนะและ ได้รับรางวัล ต่างคนก็ส่งตัวที่มีความสามารถและแข่งแรงเข้าแข่งขัน เมื่อเริ่มการแข่งขันกบแต่ละตัวก็เริ่มทำการปีนเสากันอย่างเข้มข้น

โดยมีชาวกบที่ไม่ได้แข่งขันคอยส่งเสียงเชียร์ บ้างด่าบ้าง กบตัวไหนปีนไม่ไหวก็ร่วงลงทีละตัวๆ บ้างก็ทนเสียงดูถูกหรือเสียงจากชาวกบที่บอกว่าอย่าปีนขึ้นไปเลย ไม่มีวันไปถึงยอดเสาได้หรอก อันตรายน่ะ ยอมแพ้ซะเหอะ ทำไม่ได้หรอก มันยากเกินไป ตกมาจะเจ็บตัวนะ

แต่ในขณะเดียวกันนั้น

กลับมีกบตัวเล็กๆอยู่ตัวหนึ่งค่อยๆปีนขึ้นไปๆ ไม่สนใจในสิ่งรอบข้าง

…..จนกระทั่งสุดท้ายกบตัวนั้นก็สามารถสามารถขึ้นไปพิชิตยอดเสาได้ สำเร็จ

ชาวกบต่างพากันตกตะลึง ที่มีกบที่สามารถปีนยอดนี้ขึ้นไปจนสุดได้ทั้งๆที่ไม่มีใครทำได้มาก่อน

ก็มีกบตัวนึงถามกบตัวที่ชนะว่ามีอะไรดีถึงสามารถทำได้ ปรากฏว่ากบตัวนั้น ไม่ตอบ ใครถามอะไรก็นิ่งก็นิ่งไม่ตอบ

จนกระทั่งมีกบตัวที่ดูจะอาวุโสสุดมาบอกกับชาวกบว่า กบตัวนี้เป็นกบหูหนวก พูดอะไรไปใครก็ไม่ได้ยิน

ธุรกิจเครือข่าย/ขายตรง เองก็เช่นกัน เมื่อคุณก้าวเข้ามาสู่ธุรกิจเครือข่ายคุณจะได้พบกับคำปฏิเสธมากมาย คำดูถูก นั่นคือสิ่งที่ทุกคนต้องเคยเจอ แม้แต่ผมเองก็เคยเจอคำพูดเหล่านี้มาก่อน

แต่ เราคงไปไม่ถึงไหนถ้าเรามัวแต่คิดมากกับคำเหล่านั้น

ถ้าใครอ่านได้จบก็คงพอเข้าใจในตัวเรื่องอยู่แล้วว่ามันได้สอนอะไร

บางทีเราต้องทำอะไรเพื่อให้ไปถึงเป้าหมายนั้น หนทางอาจจะลำบาก หนทางอาจจะโดนบั่นทอนจากคนรอบข้างขนาดไหน

ให้เราทำเป็นเหมือนไม่ได้ยิน ไม่รู้เรื่องบ้าง เพื่อที่เราจะได้ไปให้ถึงจุดหมายหรือความฝันของเรา และนั่นเป็น ขั้นตอนสู่ความสำเร็จ ของเราเอง

ด้วยความจริงใจ

ผมชนันโชค  บัวงาม

ปล.ถ้าชอบอย่าลืมแบ่งปันให้เพื่อนๆใน facebook ใน twitter ด้วยนะครับ ผมทำลิ้งให้แบ่งปันง่ายๆแล้ว หรือใครชอบรูปกบแบบนี้ก็บอกได้นะครับ 

๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙

คิดแบบตันไม่มี “ตัน”

   

มีลูก 3 คน มีบ้าน 2 หลัง จะแบ่งยังไงดีครับ?                          

เพื่อนผมคนหนึ่งคิดยังไงก็คิดไม่ตก เกษียณอายุราชการแล้วยังต้องทำงานงกๆ

“สู้เพื่อลูก”ผ่อนบ้านหลังที่ 3 กลัวแบ่งสมบัติไม่ลงตัว เดี๋ยวจะนอนตายตาไม่หลับ

ผมบอกถ้าไม่อยากวุ่นวาย..ง่ายนิดเดียว

แค่ขายบ้านให้หมด แล้วใช้เงินให้มีความสุขกับชีวิตหลังเกษียณ เหลือเท่าไหร่ก็เท่านั้น..

ตอนพ่อแม่ผมเสีย ไม่ได้มีเงินทองมากมาย ผมเลือกพระหนึ่งองค์เป็นสมบัติจากพ่อ หยิบแหวนวงเดียวจากกองมรดกของแม่ สมบัติสุดท้ายไม่กี่ชิ้นของพ่อกับแม่ที่เทกองบนโต๊ะ..ผมกับพี่น้องแบ่งกัน ยังไงก็ลงตัว

สำหรับผมในวันนี้สอนลูกตั้งแต่พวกเขายังเล็ก

ว่าการศึกษาเท่าที่เขาต้องการคือสมบัติที่ผมจะให้

น้องกิฟท์ลูกสาวคนโตรู้ดีและเขาเข้าใจว่าผมไม่มีนโยบายเก็บเงินให้ลูก

วันหนึ่งเขาบอกผมว่า. ป่าป๊า ไม่ต้องห่วงกิฟท์ ธุรกิจและเงินที่ป่าป๊าทำมาไม่ต่้องเผื่อกิฟท์ หนูรับผิดชอบตัวเองได้

ผมให้เงินเขาก้อนหนึ่ง ไปตั้งต้นร้านอาหารชื่ออิซีลี่ บริหารไม่นานก็เจ๊ง

เขาใช้โอกาสอีกครั้งกับเงินทุนที่เหลืออยู่ตั้งใจทำร้านอาหารใหม่ชื่อแซ่ บอีลี่ คราวนี้เขาไม่ประมาทและตั้งใจกว่าเดิมอีกหลายเท่า จนวันนี้ร้านแซ่บอีลี่ก็อยู่ได้

ลูกทุกคนของผมรู้ดีว่าสมบัติทุกอย่างที่ผมให้ ถ้าไม่ตั้งใจทำย่อมมีวันหมด

ผมให้โอกาสการศึกษาเต็มที่..ที่เหลือเขาต้องเลือกทางเดินชีวิตด้วยตัวของ เขาเอง ไม่ใช่ผมไม่รักลูก แต่ใช่ว่ามีเงินเยอะๆแล้วจะดีสำหรับเขา

ผมอยากให้ลูกได้รู้จักกับความยากลำบาก ไม่อยากให้เคยชินกับความสบาย ไปต่างประเทศด้วยกันทุกครั้ง ลูกๆทุกคนต้องนั่งเครื่องบินชั้นอิโคโนมี บางครั้งน้องเก็ตลูกชายยังเป็นเด็ก เขาเคยแผลงฤทธิ์ไม่พอใจทำไมไม่ได้นั่งบิสซิเนสคลาสด้วยกัน

วันนี้เขาอาจจะยังไม่เข้าใจ แต่โตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ทำงานหาเงินเองได้เมื่อไหร่ วันนั้นเขาจะเข้าใจได้ด้วยตัวเอง

ประสบการณ์สอนให้ผมรู้ว่าเงินเป็นได้ทั้งความทุกข์และความสุข ในวันที่ต้องดิ้นรน เงิน คือ สิ่งจำเป็น

เป็นขนมปังชิ้นแรกที่ประทังชีวิต

ขนมปังชิ้นที่สอง คือ ความอร่อย มีชีวิตที่สุขสบาย หายเหนื่อย มากกว่านั้น…กินเท่าไหร่ก็เป็นส่วนเกิน

ขนมปังชิ้นที่สาม คือ ยาพิษ

อะไรที่มากเกินไปมักจะไม่มีประโยชน์ กลายเป็นให้โทษมากกว่าคุณ..

 เงินก็เช่นกัน…

 ถ้าคุณรู้ล่วงหน้าว่าจะมีบุญหล่นทับร่ำรวยเป็นพันๆล้าน

คุณอาจไม่รู้จักคุณค่าของความพยายาม

ชีวิตนี้อาจไม่เคยรู้สึกว่าจะต้องออกแรงดิ้นรนอะไรอีกต่อไป

เงินถ้าไม่รู้จักใช้ ไม่รู้จักหา ไม่รู้จักคุณค่า…มีเท่าไหร่ก็ไม่พอ

ถ้าหน้าที่ของพ่อแม่คือการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูก

เราควรรักลูกแบบไหน ?

ลองถามตัวเองดูว่าเรากำลังยื่นขนมปังชิ้นที่สามที่เต็มไปด้วยยาพิษให้ลูกหรือเปล่า ???

แรงบันดาลใจจาก  ตัน ตอนที่1

แรงบันดาลใจจาก  ตัน ตอนที่2

แรงบันดาลใจจาก ตัน ตอนที่3


####################################################################################################

หนังของ GTH สร้างด้วยแรงบันดาลใจจากชีวิตจริง

“เขาไม่เหลืออะไรอีกแล้ว เขามีเพียงแค่ความเชื่อ แต่สุดท้ายเขาคือ นักธุรกิจพันล้าน”

ผมเชื่อว่ามีอีกหลายคนต้องการแรงบันดาลใจ ต้องการกำลังใจ และต้องการตัวอย่างของผู้ที่ประสบความสำเร็จ แบ่งปันสิ่งนี้ด่วน แล้วเขียนความคิดเห็นของคุณเพื่อแบ่งปันคนอื่นด้วยเช่นกัน

“จุดเริ่มต้นของชัยชนะไม่จำเป็นจะต้องเริ่มจากเงินลงทุนมหาศาล ในทางกลับกันการหาลู่ทางที่คนอื่นมองข้ามแล้วรุกคืบด้วยความเงียบ เงินลงทุนจึงไม่ใช่สิ่งสำคัญ” นี่คือแนวคิดเล็กๆ ของกลยุทธ์เล็กๆ สำหรับธุรกิจเล็กๆ ที่ประสบความสำเร็จมานักต่อนัก กลยุทธ์ที่ว่านี้หลายๆคนรู้จักกันในนาม “กลยุทธ์การตลาดแบบกองโจร หรือ Guerrilla Marketing”

ทุกวันนี้ไม่มีใครไม่รู้จัก “เถ้าแก่น้อย” แต่มีคนไม่มาก ที่รู้ว่าจริงๆแล้วคุณ ต๊อบ สร้างขึ้นมาอย่างไร

วิธีการหนึ่งที่สามารถใช้สังเกตได้ง่ายๆ ว่าสินค้าอะไรยี่ห้อใดกำลัง “รุ่ง” คือการมองไปในตลาดว่า สินค้านั้นกำลังมีผู้เล่นรายใหม่ๆ  พยายามกระโดดเข้ามาแย่งมาร์เก็ตแชร์กันอย่างอุตลุด และมีการตั้งชื่อสินค้าเลียนแบบเจ้าตลาดหรือไม่ เหมือนสมัยหนึ่งที่ชาเขียว “โออิชิ” กำลังฮอต ก็มีแบรนด์อื่นๆ กระโดดเข้ามาเล่นตามนับสิบราย เป็นต้น แถมยังตั้งชื่อไปในโทนเดียวกันเป๊ะ

การมาของแบรนด์อย่าง “เถ้าแก่เนี้ย”, “ตี๋น้อย” และแบรนด์อื่นๆ อีกมากมาย ในช่วงเวลา 1-2 ปีที่ผ่านมา จึงเป็นดัชนีชี้วัดได้เป็นอย่างดีว่า อุณหภูมิการแข่งขันของตลาดสแน็กสาหร่ายในปี 2552 ที่มี “เถ้าแก่น้อย” เป็น “ตั้วเฮีย” ผู้นำในตลาดนั้น กำลัง “เร่าร้อน” และ “น่าเร้าใจ” เพียงใด

เพราะไม่ว่าใครที่เห็น Success Story ของเถ้าแก่น้อย ต่างก็น้ำลายสอจนต้องขอเดินตามเข้ามาเล่นกันเป็นแถว

อิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์” (ต๊อบ) ผู้ปลุกปั้นสาหร่าย “เถ้าแก่น่อย” จนมียอดขายเกือบพันล้าน

เปลี่ยน Passion เป็นโอกาส

แม้ในอดีต “อิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์” หรือ “ต๊อบ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด จะเคยเป็นหนุ่มน้อยหน้าตี๋ที่เกเร ย้อมผมทอง และติดเกมงอมแงม แต่เขาก็พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า ถ้าตั้งใจจะทำอะไรแล้ว เขาต้องทำให้ได้

จากเด็กน้อยที่อยากเป็นนักธุรกิจเหมือนคุณพ่อ เพราะรู้สึกว่า “เท่” เวลาที่พ่อเดินไปไหนมาไหนแล้วมีลูกน้องคอยยกมือไหว้สวัสดี แต่เมื่อเติบใหญ่ฝันนั้นก็ค่อยๆ เลือนลางไปพร้อมๆ กับความเกเรของตัวเอง

จนวันหนึ่งเมื่อพี่ชายมาชวนให้ต๊อบทดลองเล่นเกมออนไลน์ ชีวิตเขาก็เปลี่ยนไป

ด้วยความชอบและความมุ่งมั่น ไม่นานต๊อบก็กลายเป็นที่หนึ่งในเซิร์ฟเวอร์ที่มีผู้เล่น 4-5 แสนคน จนมีคนมาขอเสนอซื้อไอเท็มจากเขาพร้อมโอนเงินก้อนแรกมาให้ ประกายไฟที่เริ่มริบหรี่จึงถูกจุดขึ้นอีกครั้ง

“พอมาเล่นเกมแล้วหาเงินได้ก็เริ่มรู้สึกว่า เฮ้ย มันไม่ยากอย่างที่คิด ไม่จำเป็นต้องเรียนเก่งก็หาเงินได้ นั่นคือจุดเริ่มต้น”

สร้างธุรกิจจากคำถามง่ายๆ

เมื่อมีขึ้นก็ย่อมมีลง เกมออนไลน์ที่เคยเฟื่องฟูก็ไม่พ้นวัฏจักรของ Product Life Cycle ที่เมื่อถึงเวลาเสื่อมถอย รายได้ของต๊อบก็หดหาย ประกอบกับวิกฤตเศรษฐกิจ 2540 ได้ส่งผลกระทบกับธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ของครอบครัวเขาอย่างจัง

“มีอยู่วันหนึ่งผมไม่มีเงิน ก็เดินไปขอคุณแม่ คุณแม่เดินเข้าไปหยิบเงินในห้องนานมาก ประมาณ 10 กว่านาที ผมเลยเดินตามเข้าไป เห็นคุณแม่กำเงินไว้ทั้งน้ำตา จึงเกิดแรงบันดาลใจว่าต้องทำอะไรสักอย่าง”

สิ่งที่เคยวาดฝันไว้ในวัยเยาว์ว่าอยากเป็นนักธุรกิจที่ร่ำรวยจึงเริ่มผุดเข้ามาในสมองเขาอีกครั้ง

วันหนึ่งเขาไปเดินงานแฟร์และพบกับแฟรนไชส์เครื่องคั่วเกาลัดจากประเทศญี่ปุ่น ด้วยความที่ชอบกินเกาลัดเป็นทุนเดิม จึงเกิดคำถามง่ายๆ ขึ้นมาในใจว่า “ทำไมคนอยากกินเกาลัดต้องไปซื้อที่เยาวราช” และคำถามนั้นก็กลายเป็นที่มาของธุรกิจแฟรนไชส์เกาลัดแบรนด์ “เถ้าแก่น้อย” ที่เติบโตมาจากเงินทุนของตัวเขาเองได้ในเวลาไม่นานนัก

แม้ต้องล้มลุกคลุกคลานในระยะแรก แต่เขาก็ปลุกปั้นเกาลัด “เถ้าแก่น้อย” จนสามารถขยายสาขาได้กว่า 30 สาขา ในระยะเวลาเพียงปีเศษเท่านั้น

แล้วจุดเปลี่ยนที่สำคัญก็มาถึงอีกครั้ง เมื่อวันหนึ่งเขาไปเดินตรวจร้านของตัวเองตามห้างสรรพสินค้า ด้วยความหิวเขาจึงแวะเวียนไปที่ร้านไอศกรีมแดรี่ควีนเจ้าประจำ และสังเกตเห็นสิ่งง่ายๆ ที่ใครๆ ก็เห็นว่า นอกจากไอศกรีมแล้วภายในร้านยังมีไส้กรอกวางขายอยู่ด้วย

คำถามง่ายๆ ที่เกิดขึ้นว่า “ทำไมร้านเราไม่มีไส้กรอกขายบ้าง” จึงกลายเป็นไอเดียให้ต๊อบขยาย Product Line จากเกาลัด ไปสู่ลำไยอบแห้ง ลูกพลับแห้ง และขยายไปสู่ “สาหร่ายทอด” ซึ่งเป็นสินค้าที่ทำให้ฝันของเขากลายเป็นจริงในเวลาต่อมา

บุกตลาดด้วยกลยุทธ์ “ป่าล้อมเมือง”

หลังจากค้นพบเทรนด์ในตลาดว่าขนมขบเคี้ยวสาหร่ายกำลังมาแรง เพราะบางสาขาสามารถขายสาหร่ายได้มากกว่าสินค้าหลักอย่างเกาลัด ต๊อบจึงเริ่มหันมาทำตลาดสาหร่ายอย่างจริงจัง โดยแปลงหลังบ้านให้เป็นโรงงานผลิตสาหร่ายทอด และทดลองเจาะตลาดยี่ปั๊วเป็นอันดับแรก

แม้ไม่ประสบความสำเร็จในเบื้องต้น แต่แทนที่จะย่อท้อเขากลับคิดการใหญ่ขึ้นด้วยการใช้กลยุทธ์ “ป่าล้อมเมือง” ซึ่งเป็นกลยุทธ์การกระจายสินค้าให้ครอบคลุมกลุ่มผู้บริโภค ที่เขาได้ยินแว่วๆ มาจากในทีวี

“ผมคิดว่าป่าน่าจะเป็นร้านสะดวกซื้อ ร้านสะดวกซื้อต้องมีสินค้าของเรา”

Seven Eleven จึงกลายเป็นเป้าหมายต่อไปของต๊อบ เพราะเป็นร้านสะดวกซื้อที่มีสาขามากที่สุดในประเทศไทย ถึงแม้ต้องผ่านอุปสรรคนานัปการ แต่สุดท้ายเมื่อเขาสามารถเจาะเข้า Seven Eleven ได้สำเร็จ แบรนด์เถ้าแก่น้อยก็เริ่มแจ้งเกิด

หลังจากปลูกป่าบนร้านสะดวกซื้ออย่าง Seven Eleven ได้สมใจแล้ว เขาก็ดำเนินกลยุทธ์ป่าล้อมเมืองต่อไป ด้วยการรุกเจาะเข้าไปในโมเดิร์นเทรดและซูเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ Jiffy, Family Mart, Watsons, The Malls, Tops, Big C, Tesco Lotus, Carrefour

ทั้งยังเจาะไปตลาดต่างประเทศด้วยกลยุทธ์เชิงรุก คือไม่รอไปออกงานแฟร์กับกรมส่งเสริมการส่งออกเพื่อให้ตัวเองเป็น “ผู้ถูกเลือก” แต่บุกไปถึงตัว Distributor ในต่างแดนโดยตรง เพื่อให้ตัวเองเป็น “ผู้เลือก”

วิธีการของเขาแสนจะง่ายและธรรมดา เพียงเดินไปตามห้างในประเทศที่ต้องการเจาะตลาด แล้วพลิกดูซองขนมว่าใครเป็นผู้จัดจำหน่ายในประเทศเหล่านั้นบ้าง จากนั้นก็เตรียมตัวนำสินค้าของเถ้าแก่น้อยไปเสนอเพื่อเปิดการเจรจาพร้อมด้วยข้อเสนอในการสนับสนุนการทำตลาด

ด้วยวิธีการนี้ทำให้สินค้าของเถ้าแก่น้อยมีวางจำหน่ายแล้วใน 16 ประเทศ ด้วยสัดส่วนการส่งออกที่สูงถึง 60% เมื่อต้นปี 2550 แม้จะปรับลดลงเหลือ 40% ในปัจจุบันแต่มูลค่าตลาดต่างประเทศกลับมิได้ลดลง หากเป็นเพราะเขาเลือกที่จะกลับมารักษาฐานที่มั่นของตลาดในประเทศพร้อมรุกตลาดตีกันคู่แข่งอย่างจริงจังในปีที่ผ่านมา

สาหร่าย = เถ้าแก่น้อย

“ผมไม่ใช่แบรนด์แรกที่เข้ามาในตลาด แต่ผมเป็นแบรนด์แรกที่เข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภคได้”

คือคำกล่าวของต๊อบที่สะท้อนการทำตลาดของเถ้าแก่น้อยอย่างจริงจังในปี 2551 เนื่องจากตลาดต่างประเทศเริ่มมั่นคงในระดับหนึ่งแล้ว ด้วยยอดส่งออกกว่าเดือนละ 30 ล้านบาทเมื่อกลางปี 2550 ประกอบกับขณะนั้นค่าเงินบาทเริ่มแข็งตัว ทำให้ทิศทางการส่งออกเริ่มทำตลาดได้ยากขึ้น อีกทั้งตลาดในประเทศยังมีผู้เล่นหน้าใหม่ๆ ทยอยเปิดตัวเข้ามาแข่งขันทำตลาดอย่างต่อเนื่องมากกว่า 10 แบรนด์

“ตลาดสาหร่ายปี 2551 เติบโตสูงมากและผู้เล่นรายอื่นๆ พยายามสร้างแบรนด์ขึ้นมา เราจึงต้องพยายามสร้างแบรนด์เพื่อรักษาความเป็นที่หนึ่ง”

กลยุทธ์การทำตลาดของเถ้าแก่น้อยในปีที่ผ่านมาจึงมีท่วงทำนองที่ “ดุดัน” ด้วยการเพิ่มงบการตลาดขึ้นอีกเท่าตัว จาก 25 ล้านบาท เป็น 50 ล้านบาท เพื่อทำโฆษณาทีวีสื่อสารกับผู้บริโภคในวงกว้าง จากเดิมที่มุ่งเจาะแต่ช่องทาง Below the line ด้วยการโรดโชว์และทำโปรโมชั่น ณ จุดขาย

โฆษณาชิ้นแรกของ “เถ้าแก่น้อย” ที่เปิดตัวไปเมื่อต้นปี 2551 ด้วย Brand Concept ว่า “ถ้าเป็นสาหร่ายต้องเถ้าแก่น้อย” เพื่อตอกย้ำให้แบรนด์เถ้าแก่น้อยให้ติดปากผู้คนจนกลายเป็น Generic Name เหมือนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่เรียกแทนด้วย “มาม่า” และผงซักฟอกที่คนนิยมเรียกกันว่า “แฟ้บ”

“ผมสร้างแบรนด์โดยใช้โฆษณาโทรทัศน์ที่ชูคอนเซ็ปต์ว่า “Seaweed is สาหร่ายเถ้าแก่น้อย” เพราะหลายคนไม่รู้ว่า Seaweed แปลว่า สาหร่าย การนำครูคริส (คริสโตเฟอร์ ไรท์) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของครูสอนภาษาอังกฤษมาสอนคำนี้ แล้วพ่วงด้วยคำว่าเถ้าแก่น้อยลงไปด้วย ช่วยตอกย้ำว่าเถ้าแก่น้อยคือขนมสาหร่าย และขนมสาหร่ายคือเถ้าแก่น้อย”

ออก Sub-brand กินรวบตลาดสาหร่าย

หลังจากปล่อยโฆษณาออกมาตอนต้นปี เถ้าแก่น้อยก็รุกต่อไปด้วยกลยุทธ์การออก Sub-brand เพื่อเจาะตลาดคนรักสุขภาพโดยเฉพาะ

ซับแบรนด์ Curve ที่เปิดตัวออกมาเมื่อกลางปี 2551 จึงถูกวาง Positioning เพื่อเจาะเซ็กเมนต์วัยรุ่นผู้หญิงอายุ 18-28 ปี ที่ห่วงสุขภาพและกลัวอ้วน เพื่อให้แยกตลาดชัดเจนจากแบรนด์เถ้าแก่น้อยที่วาง Positioning ไว้ที่กลุ่มเด็กและวัยรุ่นทั่วไป

“เดี๋ยวนี้สินค้าเป็น Niche Market มากขึ้น จึงต้องมีการซอยย่อย Segment เพื่อเจาะให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย สมัยนี้ไม่มีสินค้าที่ออกมาแล้วขายได้ครอบจักรวาลอีกต่อไปแล้ว Product จึงต้องเป็น Smart Product เพื่อแสดงความเป็นตัวตนของผู้บริโภคให้ได้ เหมือนมอเตอร์ไซค์ฟีโน่ที่ได้รับความนิยมเพราะบ่งบอกความเป็นตัวตนของผู้บริโภคได้”

ปี 2552 เถ้าแก่น้อยยังเตรียมออกซับแบรนด์ “ยากิโนริ” เพื่อเจาะตลาดสาหร่ายที่นำมาใช้ประกอบอาหาร จากการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคที่พบว่า เทรนด์เกาหลีและญี่ปุ่นกำลังมาแรง ทำให้ร้านอาหารสไตล์เกาหลีและญี่ปุ่นเติบโตขึ้นนับสิบเท่าในเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา

“ตอนนี้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปแล้ว จากเมื่อก่อนคนนิยมอาหารฝรั่ง แต่เดี๋ยวนี้ร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่นและเกาหลีมาแรง มีทั้งฟูจิ MK บาร์บีคิวพลาซ่า ยาโยอิ ฮาจิบัง ฯลฯ จากเมื่อก่อนมีประมาณ 2-3 ร้อยร้าน เดี๋ยวนี้มี 2-3 พันร้าน ปีนี้เราจึงเตรียมออกแบรนด์ “ยากิโนริ” เพื่อเจาะกลุ่มร้านอาหาร ด้วยการทำตัวเป็น Supplier สาหร่ายที่เราเป็นผู้นำเข้ามากที่สุดในขณะนี้”

     Yahoo bot last visit powered by MyPagerank.Net  Msn bot last visit powered by MyPagerank.Net

############################################################################

สมัครใช้ E-mail Marketing ฟรี ! คลิก Banner ด้านล่าง

หัวใจสำคัญของการทำธุรกิจ/MLM Attraction Marketing
จุดมุ่งหวังของการทำการตลาดใดๆคือ ต้องการให้ ลูกค้าหรือผู้มุ่งหวังต่อแถวเข้าเพื่อซื้อสินค้า หรือบริการ หรือทำธุรกิจร่วมกับเรา
สมมุติว่าเป็นธุรกิจโดยทั่วไปก็จำเป็นจะเป็นจะต้องมีหน้าร้าน โชว์รูมเพื่อแสดงสินค้าหรือบริการ  แต่ถ้าเป็นในโลกออนไลน์ หน้าร้าน
ของเราก็จะใช้ Web site เป็นที่เก็บรวบรวม สินค้าหรือบริการ ไว้ให้ผู้มุ่งหวังของเราได้เข้ามาเยี่ยมชม
ธุรกิจทั่วไปแบบเดิม เวลาลูกค้าเข้ามาเยี่ยมร้านค้าหรือดชว์รูม พนักงานขาย พนักงานต้อนรับ จะไปพูดคุยทำความรู้จัก
สร้างสายสัมพันธ์ และเสนอขายสินค้า หรือบริการและก็ขอ ชื่อที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ เพื่อเก็บเป็นประวัติ
จะสามารถ ติดต่อเสนอแนะนำสินค้าหรือบริการ ได้โอกาสต่อไป  ในโลก Internet ก็เช่นกัน
 Web site คือ หน้าร้าน  
    พนักงานขาย      คือข้อมูลสินค้าหรือบริการ รูปภาพ หรือ video
 ส่วนการเก้บประวัติ ลูกค้าหรือผู้มุ่งหวัง ก็จะใช้ capture page เป็นพนักงานจัดเก็บข้อมูล
 ส่วนการติดต่อ สร้างสายสัมพันธ์ ก็ใช้ e-mail marketing ที่ทำงานอัตโนมัติ (Auto Response)
   การโฆษณาเพื่อให้ผู้คนสนใจ ให้ผู้คนสนใจในสินค้า บริการเดิมที่เราใช้ ใบปลิว Catalog Magazine หนังสือพิมพ์
ป้ายโฆษณา bus Ad. วิทยุ TV ในอินเตอร์เน็ต เราใช้เว็ปไซด์ web board Classified Banner Ad.
facebook twitter Hi5 search engine Google Yahoo Bing Google adword
facebook ad.  Youtube etc.แต่การโฆษณาในอินเตอร์เน็ต ส่วนใหญ่ฟรี
ในโลกที่เราอยู่หน้าร้าน เป็นอสังหาริมทรัพย์ ร้านที่อยู่ทำเลดี จะมีค่ามีราคา ซื้อขายได้
ในโลก  internet web site ที่มีผู้เข้ามาเยี่ยมชมมากๆก็เป็นอสังหาริมทรัพย์เช่นกัน ร้าน Sanook Pantip
google Yahoo Ebay ถ้าจะซื้อขาย ชื่อ  website เหล่านี้คงจะแพงกว่าตึกบางตึก
ในโลกแห่งความเป็นจริงในการที่คุณ จะOperate ร้านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายมากมาย ค่าเช่า ค่าตกแต่ง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าพนักงาน
ค่าภาษีเทศบาลภาษีป้าย
ในโลกอินเตอร์เน็ต การจะoperate web site จะเสียแค่ค่าเช่า Host ค่าจองสิทธิ์ชื่อ web site ปีละพันกว่าบาท
ในการที่ธุรกิจ ของคุณจะขายดี คุณจะต้องมีสินค้าที่ดี เป็นที่ต้องการของผู้คน ร้านจะต้องอยู่ในทำเลที่ดีหรือจะต้องมีการโฆษณาที่ดีให้ผู้คนได้รับรู้
ในโลก Internet ก็เช่นเดียวกันคุณก็จะต้องมีสินค้าที่เป็นที่ต้องการของผู้มุ่งหวัง อยู่ใน Web site ของคุณจะต้องมีผู้คนเข้าหามากมาย
ถ้าอยากรู้ ความลับ ก่อนใคร ลงชื่อและอีเมลย์ของคุณลงในแบบฟอร์มด้านล่าง

     

#########################################################################################

คำภีร์ทำธุรกิจ MLM Online  แบบมืออาชีพ

คุณอยากทำ MLM ให้ประสบความสำเร็จใช่ไหม?
นี่คือวีดีโอสอนวิธีการทำ MLM ให้ประสบความสำเร็จ
โดยทำทุกอย่างตรงกันข้ามกับที่คนส่วนมากทำอยู่ ฟรี!

^^^^^^^

^^^^^

^^^

เริ่มเรียนรู้คลิกเลยครับ

########################################################################################

ลงทะเบียนเพื่อดาวน์โหลด E-book คำภีร์เศรษฐีี  เท่านั้น !

ปล.ธุรกิจไม่โตก็ตายก็เพราะฅน…..คนไม่โตก็ตายเพราะความคิด

###########################################################################################

ชนันโชค  บัวงาม

โทร.087-2256785,085-9850881

chanunchok@gmail.com

mlm ,mlmic ,mlm companies ,mlm watchdog ,mlm leads ,mlm software ,mlm scams ,mlml ,mlmh ,mlm forums

x

 
 
ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.